วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผลการประกวด โลโก้ บริษัทขนส่ง จำกัด

สืบเนื่องจากบริษัทขนส่ง จำกัดได้จัดประกวดออกแบบสัญลักษณ์และรูปลักษณ์ภายนอกอาคารสถานีเดินรถของบริษัทขนส่ง จำกัด ตามนโยบายการดำเนินงานพัฒนาและปรับปรุงภาพลักษณ์ขององค์กร เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบด้านบริการให้มีความทันสมัย ใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการทุกเพศทุกวัย ตลอดจนสร้างการรับรู้และจดจำภาพลักษณ์ใหม่ของ บขส. สำหรับผลการตัดสินการประกวดออกแบบสัญลักษณ์และรูปลักษณ์ภายนอกอาคารสถานีเดินรถของบริษัทขนส่ง จำกัด มีดังนี้
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่
นายปานเทพ แจ้งอรุณ รหัส ปท678 จ.กรุงเทพฯ
รางวัลชมเชย ได้แก่
1.นายสมชาย นิลแก้ว รหัส สช 509 จ.กรุงเทพฯ
2.นายบำรุง อิศรกุล รหัส บร001 จ.ปทุมธานี
3.นายอนุศักดิ์ กมลปรีดี รหัส อศ703 จ.กรุงเทพฯ
4.นายสุภาพ เรืองเสน รหัส สภ362 จ.กรุงเทพฯ

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

สัญลักษณ์ประจำชาติไทย



นายยงยุทธ ติยะไพรัช โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 2ตุลาคม 2544ว่า คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ การกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติไทย (Nation Identity)3 สิ่ง ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายปองพล อดิเรกสาร)ประธานคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอ ซึ่งจะเป็นการ ช่วยประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย ดังนี้
1. สัตว์ประจำชาติไทย คือ Chang Thai (Elephant หรือ Elephas Maximas)
2. ดอกไม้ประจำชาติ คือ (คูน) Ratchapruek (Cassiafistula Linn.X
3. สถาปัตยกรรมประจำชาติ คือ Sala Thai (Pavilion)

ทั้งนี้เนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศ ได้เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ การกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติ ไทย (Nation Identity) และการส่งเสริมสัญลักษณ์ประจำชาติไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ส่งเสริม ภาพลักษณ์ประเทศไทยให้มีผลระยะยาว ซึ่งคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูลแล้ว จึงกำหนดให้มีสัญลักษณ์ประจำชาติไทย 3 สิ่งดังกล่าว ตามที่กระทรวงต่างประเทศเสนอ สำหรับ ภาพลักษณ์สัตว์ประจำชาติ "ช้างไทย" ทางกรมศิลปากรได้ออกแบบและคณะกรรมการ เอกลักษณ์ของชาติ ได้พิจารณาเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัว และจะได้เห็นความหลากหลาย ทางคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติจะจัดให้มีการประกวดภาพ 3 สิ่งสร้างภาพ ลักษณ์ "ดอกราชพฤกษ์" ดอกไม้ประจำชาติและสถาปัตยกรรมประจะชาติ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดการ ประกวดภาพเพื่อให้ประชาชนได้ทีส่วนร่วมในการคัดเลือกรูปแบบสัญลักษณ์ประจำชาติต่อไป ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 ก.พ. 2548 รับทราบเรื่องการกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติไทย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอมา โดยกำหนดให้สัตว์ประจำชาติ คือ ช้างไทย ดอกไม้ประจำชาติ คือ ดอกราชพฤกษ์ หรือดอกคูน สถาปัตยกรรมประจำชาติ คือ ศาลาไทย ซึ่งคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติพิจารณาการออกแบบภาพสัญลักษณ์ประจำชาติไทย ทั้ง 3 สิ่ง มาตั้งแต่ปลายปี 2544 โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบภาพช้างไทย ส่วนภาพดอกราชพฤกษ์และภาพศาลาไทยได้จากการประกวดการออบแบบ แต่มีการทบทวนและปรับปรุงแก้ไขภาพหลายครั้ง และคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบภาพเอกลักษณ์ประจำชาติไทยทั้ง 3 สิ่ง ในการประชุมคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เมื่อวันที่ 27ธันวาคม
ข้อมูลจาก:http://ecurriculm.mv.ac.th

40 ปี Thai Fuji Xerox


ตำนานของชื่อที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเครื่องถ่ายเอกสาร Xerox เริ่มต้นธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ต่อมาก็ได้ขยายเครือข่ายธุรกิจไปยังทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้

ในยุโรป Xerox ร่วมมือกับ Rank corporation จัดตั้งเป็น Rank Xerox และมีการจัดตั้งโรงงาน และสาขาประเทศต่างๆ ที่เป็นเครือจักรภพ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์

ส่วนในทวีปเอเชีย Xerox จับมือกับฟูจิฟิล์ม ตั้งเป็นบริษัท ฟูจิซีร็อกซ์ ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับกับตลาดในเอเชีย ซึ่งเป็นผลิตผลมาจากสงครามเวียดนาม ที่มีการจัดตั้งฐานทัพขึ้นในประเทศต่างๆ Fuji Xerox จึงได้เปิดสำนักงานขึ้นที่ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นการร่วมทุนกับผู้ถือหุ้นท้องถิ่น

สำหรับ Thai Fuji Xerox ถือหุ้นร่วมกับบริษัทในกลุ่มสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ฝ่ายละ 50 : 50

ต่อมาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในยุโรป Rank corporation ขายหุ้นใน Rank Xerox จึงกลายเป็น Xerox limited และได้ขายสิทธิในการทำตลาดของสาขาที่อยู่ในเครือจักรภพออกไปให้กับ Fuji Xerox เข้ามาบริหารแทน ทำให้มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ออสเตรเลีย มาขึ้นกับ Fuji Xerox

ผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น ทำให้ Fuji Xerox มีบริษัทลูกที่ถือหุ้น 100% คือ สาขาในเครือจักรภพ และบริษัทร่วมทุนที่ถือหุ้นแค่ 50% มีอยู่ 10 ประเทศ เช่น ไทย อินโดนีเซีย ซึ่งประเทศเหล่านี้จะมีเอกเทศในการบริหารกิจการเอง

ถัดจากนั้น Xerox limited ในสหรัฐอเมริกา ประสบปัญหาทางการเงิน จึงได้ขายสิทธิในการทำตลาดสาขาที่อยู่ในจีน และฮ่องกงให้กับ Fuji Xerox ได้เงินมา 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงขายหุ้นที่ถืออยู่ใน Fuji Xerox ที่ถืออยู่ 50% ออกไปครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ Fuji Film กลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ถือหุ้น 75%

ส่วน Thai Fuji Xerox เนื่องจากมีการเปลี่ยน แปลงโครงสร้างการถือหุ้นในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ โดยกองทุนการเงิน ที่ถือหุ้นใน Thai Fuji Xerox ได้ขายหุ้นออกไป แต่ผู้ถือหุ้นในฝั่งไทย คือ สำนักงานทรัพย์สินฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ ประสบภาวะทางการเงิน ไม่สามารถซื้อหุ้นเหล่านี้ ซึ่งมีมูลค่า 120 ล้านบาท ขึ้นมาได้ จึงต้องขายหุ้นไปให้กับ Fuji Xerox เข้ามาถือ ทำให้หุ้นส่วนใหญ่ที่เคยอยู่ในมือของไทย 51% : 49% ต้องเปลี่ยนไปอยู่ในมือของ Fuji Xerox

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นใน Fuji Xerox ขึ้น จึงส่งผลต่อเมืองไทย ที่ต้องกลายสภาพจากบริษัทร่วมทุนมาเป็นสาขา จึงต้องมีการรับนโยบายจากบริษัทแม่เข้ามาดำเนินการ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเวลานี้

แนวทางการดำเนินงานของ Xerox ในสหรัฐอเมริกา กับ Fuji Xerox มีความแตกต่างกัน

ในขณะที่ Xerox limited ในสหรัฐอเมริกา ยังคงเน้นตลาดเครื่องใหญ่ และตลาดส่วนใหญ่ยังเป็นระบบอนาล็อก

สำหรับ Fuji Xerox ได้มุ่งไปที่ระบบดิจิตอล มีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง กลายเป็นมัลติฟังก์ชั่น มีการผสมผสานระหว่างเครื่องแฟกซ์ เครื่องพรินเตอร์ และ การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์การจัดการเอกสาร เชื่อมโดยตรงกับอินเทอร์เน็ต และระบบงานภายในสำนักงาน ซึ่ง Thai Fuji Xerox ก็ได้พัฒนาไปตามแนวทางของ Fuji Xerox

ผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของ Fuji Film นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมอนาคตในธุรกิจฟิล์ม ที่กำลังถูกระบบดิจิตอลเข้ามาเบียดตลาดไปเรื่อยๆ ส่งผลให้ Fuji Film ต้องหาทางออกด้วยการมาผนวกกับเทคโนโลยีของเครื่องมัลติฟังก์ชั่น เครื่องถ่ายเอกสาร พรินเตอร์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการพัฒนาของตัวสินค้าในอนาคต

แต่สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเวลานี้ นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนองค์กรที่ต้องทำอย่างเข้มข้นแล้ว การสั่งซื้อเครื่องถ่ายเอกสารจาก Xerox corporation จะมีราคาแพงขึ้น เนื่องจากไม่ได้ถือหุ้นใกล้ชิดเหมือนกับในอดีตส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม

คัดลอกจาก http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=3306

video

โลโก้ ThaiPBS



video
video
video
ตราสัญลักษณ์ของสถานีเปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2551 ซึ่งเป็นวันที่ออกอากาศสดครั้งแรกในนามสถานีโทรทัศน์ทีพีบีเอส ดังภาพที่แสดงไว้ด้านบน โดยมีการแถลงว่า ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวออกแบบเพื่อใช้ชั่วคราวจนกว่าจะมีการประกวดสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการในอนาคตต่อมาเมื่อเริ่มออกอากาศอย่างเป็นทางการในวัที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 ในนามสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตราสัญลักษณ์ของสถานีฯยังคงใช้สัญลักษณ์ที่เคยออกแบบไว้ครั้งแรก แต่เปลี่ยนข้อความใต้ภาพจาก"TPBS Thai Public Broadcasting Service" เป็น "ไทย PBS" ตามชื่อสถานีฯพร้อมกันนี้ยังได้มีการประกวดออกแบบอัตลักษณ์ของสถานีฯขึ้นใหม่ อันได้แก่ สัญลักษณ์(Logo) และ Interlude ของสถานีผลการประกวดดังกล่าวได้ตัดสินให้แบบของทีม KITWIN ได้รับรางวัลชนะเลิศ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งแนวคิดในการออกแบบคือ ความอิสระ โดยใช้นกเป็นเครื่องหมายของความอิสระประกอบกับอักษรไทยคำว่า "ไทย"และมีอักษรภาษาอังกฤษคำว่า"ThaiPBS"กำกับที่ตอนบนตราสัญลักษณ์ ได้มีการเปิดตัวและประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น ทีวีไทย ทีวีสาธารณะ ในวันที่ 1 เมษายน 2551 และใช้เป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 ต่อมามีผู้ชมสับสนเกี่ยวกับชื่อจึงได้มีการปรับปรุงตราสัญลักษณ์ใหม่โดยทำเป็น 3 รูปแบบ คือ ตราสัญลักษณ์องค์การฯ ตราสัญลักษณ์ทีวีไทยและตราสัญลักษณ์ของวิทยุไทยโดยเปิดตัวสัญลักษณ์ใหม่ในวันที่ 15 มกราคม 2552 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปีของการก่อตั้งองค์การฯ ทั้งนี้ในส่วนของตราสัญลักษณ์ยังคงลักษณะเดิมไว้คือ ภาพนกกระพือบิกสีส้มเหมือนเดิม แต่ปรับเปลี่ยนหัวนกให้เป็นสีส้มเช่นเดียวกับปีก เพื่อแยกรูปนกกับตัวอักษร ย ในคำว่า ไทย ออกจากกัน แล้วนำชื่อสถานีจัดวางไว้ด้านล่างสุดของตราสัญลักษณ์ สีส้มให้เข้มกว่าสีเดิม ใช้ร่วมกับ ส.ส.ท. และวิทยุไทย ซึ่งจะเปลี่ยนเพียงตัวอักษรส่วนล่างของตราเท่านั้นและมีการเพิ่มตัวอักษร thaipbs.or.th ลงด้านล่างตราสัญลักษณ์ที่จะใช้ออกอากาศประชาสัมพันธ์เว็ปไซต์สถานี
ข้อมูลจาก: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

10 Trends That Will Define Logo Design In 2008

video

Logo Design - Logopalooza 2008

video

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผลการประกวดตราสัญลักษณ์และชื่อ บัตรทางด่วน


ในที่สุดการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ก็ได้ผู้ชนะโครงการประกวดตั้งชื่อและตราสัญลักษณ์ บัตรระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ (ETC : Electronic Toll Collection)"ผ่านง่ายๆ ไม่ต้องรอคิวยาว ไม่ต้อง เตรียมเงินให้ยุ่งยาก ไม่ต้องเปิดกระจก ไม่ต้องรอใบรับค่าผ่านทาง ใช้เวลาไม่นาน ไม่กี่วินาที" คือ คำนิยามของบัตร  Easy Pass ที่ "ชัชวาล ทวีปถาวรวงศ์" เป็นผู้ชนะการประกวดการตั้งชื่อบัตรส่วนตราสัญลักษณ์ เป็นผลงานของ  "บำรุง อิศรกุล" จาระไนความหมายออกมาได้ว่า เป็นสัญลักษณ์รูปบัตรอิเล็กทรอนิกส์ มีเส้นลวดลายโค้ง หัวลูกศรเป็นสีแดงและน้ำเงิน อันเป็นสีองค์ประกอบหลักตราสัญลักษณ์ของ กทพ. สื่อถึงการบริการที่สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย เป้าหมายก็เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการใช้ระบบเก็บค่าผ่านทาง ETC ระบบเก็บเงินแบบใหม่ที่ไฮเทค ที่ กทพ. ต้องการนำมาเป็นผู้ช่วยในการแก้ปัญหา รถติดบริเวณหน้าด่าน รวมทั้งอำนวย ความสะดวก และเพิ่มทางเลือกใหม่ สำหรับผู้ใช้บริการทางด่วน นอกเหนือจากระบบเก็บเงินสดในปัจจุบันโครงการนี้ กทพ.มีคิวเปิดตัวประมาณเดือนสิงหาคมนี้ ประเดิมด้วย "ทางด่วน ขั้นที่ 1 และเอกมัย-รามอินทรา" ต่อด้วยทางด่วนน้องใหม่ "รามอินทรา-วงแหวนรอบนอก" เดือนตุลาคม ต่อด้วยสาย "บางพลี-สุขสวัสดิ์" ในเดือนธันวาคม ส่วนด่วนขั้นที่ 2 และสายบางนา-ชลบุรี และทางเชื่อมจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในปี 2553