วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2553

the World Wrestling Federation (WWF) Logo







DON KING Logo








the International Boxing Federation(IBF) Logo





World Boxing Oganization [ WBO ] logo


World Boxing Council [ WBC ] Logo (สภามวยโลก)






World Boxing Association (WBA) Logo (สมาคมมวยโลก)


สมาคมมวยโลก (World Boxing Association) (ตัวย่อ : WBA) สถาบันที่ดูแลและควบคุมการชกมวยสากลในระดับโลก สมาคมมวยโลกก่อตั้งขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2505 โดยแยกตัวออกมาจากสถาบันสมาคมมวยแห่งชาติ (National Boxing Association - NBA) ของสหรัฐอเมริกา โดยกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งเป็นบุคคลในวงการมวยชาวอเมริกันและต่อมาจึงมีชาติในสมาชิกกลุ่มลาตินอเมริกาเข้าร่วมด้วยอีกหลายชาติ
ปัจจุบัน สมาคมมวยโลก เป็นอีกหนึ่งสถาบันมวยสากลที่ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานและได้รับความนิยม เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก มี นายกิลเบอร์โต้ เมนโดซ่า (Gilberto Mendoza) ชาวเวเนซุเอลาเป็นประธาน ที่ตั้งสถาบัน ตั้งอยู่ที่กรุงคารากัส ประเทศเวเนซุเอลา
สำหรับในประเทศไทยและทวีปเอเชีย สมาคมมวยโลกมีสถาบันที่ให้การยอมรับ คือ สมาคมมวยภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก (Pan Pacific and Asia Boxing Association - PABA) และสหพันธ์มวยภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (Oriental and Pacific Boxing Federation - OPBF) มีนักมวยไทยเคยเป็นแชมป์โลกของสถาบันนี้มาแล้ว 18 คน ได้แก่ โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย, เบิกฤกษ์ ชาติวันชัย, เขาทราย แกแล็คซี่, เขาค้อ แกแล็คซี่, ชนะ ป.เปาอินทร์, ดาวรุ่ง ชูวัฒนะ, แสน ส.เพลินจิต, วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น, หยกไทย ศิษย์ อ., พิชิต ช.ศิริวัฒน์, สงคราม ป.เปาอินทร์ (เป็นเพียงแค่แชมป์เฉพาะกาล), ศรพิชัย กระทิงแดงยิม, ยอดดำรงค์ สิงห์วังชา, ยอดสนั่น ส.นันทชัย, สมศักดิ์ ศิษย์ชัชวาลย์, เด่นเก้าแสน กระทิงแดงยิม และ พูนสวัสดิ์ กระทิงแดงยิม
ข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org/

ตราสัญลักษณ์ สหพันธ์มวยไทยอาชีพโลก



K-1 Logo


เค-วัน (อังกฤษ: K-1) คือ กีฬาต่อสู้ที่นำศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ มาสู้กัน เช่น มวยไทย คาราเต้ คิกบ๊อกซิ่ง กังฟู เทควันโด มวยสากล และอื่น ๆ โดยใช้กติกาเดียวกันคือ ห้ามศอกและโน้มคอตีเข่า กีฬา นี้ริเริ่มในปี พ.ศ. 2537 โดยอาจารย์คาซูโยชิ อิชี่ (Kazuyoshi Ishii) เจ้าสำนักเซโดไคคังคาราเต้ ในประเทศญี่ปุ่น มีการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539โดยฟูจิทีวี
ข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org/

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

SONGCHAI LOGO




ตราสัญลักษณ์ ฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี








การแข่งขันฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีนั้น เป็นความคิดริเริ่มของอาจารย์โปร่ง ส่งแสงเติม อาจารย์ใหญ่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กับอาจารย์อารีย์ เสมประสาท อาจารย์ใหญ่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ทั้งสองท่านได้มาขอความร่วมมือกับอาจารย์บุญอวบ บูรณะบุตร อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และอาจารย์บรรณา ชโนดม อาจารย์ใหญ่โรงเรียนอัสสัมชัญ ในอันที่จะร่วมกันจัดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทั้ง 4 สถาบันขึ้น เพื่อเป็นการเชื่อมความสามัคคีของครูอาจารย์ และนักเรียนทุกฝ่าย ซึ่งอาจารย์ทั้ง 4 ท่าน ได้มีความเห็นพ้องกันในความคิดอันนี้

ข้อมูลจาก : http://th.wikipedia.org/

ตราสัญลักษณ์ ราชบุรีเกมส์ กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 38



ตราสัญลักษณ์
แสงไฟสีเหลืองทอง แสดงถึง ความเจิดจ้า ความสง่างาม ตราทางการถูกจัดวางในตำแหน่งตัวหนังใหญ่ เพื่อเสนอเรื่องราวที่แสดงถึง "กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ
รูปคนเชิดหนัง ที่ดึงเส้นสายสีแดงและน้ำเงิน ของตราทางการมาประยุกต์ ผู้ที่จะเป็นคนเชิดนั้น จักต้องเป็นคนที่มีการฝึกซ้อม อดทน และมีความภาคภูมิใจ ถึงบทบาทที่กำลังนำเสนอ เสมือนนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน ตัวหนังสือทางการถูกออกแบบเป็นตัวอักขระสีฟ้า สีประจำจังหวัด มีเส้นสายพริ้วไหว สื่อแทนแม่น้ำแม่กลองสายสำคัญของจังหวัด เพื่อบ่งบอกถึงสถานที่จัดการแข่งขัน
ความหมายของตราสัญลักษณ์
ตรา สัญลักษณ์การจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 34 นี้ ภาพตราสัญลักษณ์ได้แนวคิดมาจากการเชิดหนังใหญ่ มหรสพชั้นสูงซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของจังหวัด ที่สามารถแสดงถึงเจตนารมณ์การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยศิลปะการเชิดหนังใหญ่ คนเชิดจักต้องมีการฝึกซ้อมอดทน และมีความภาคภูมิใจถึงบทบาทที่กำลังนำเสนอ เสมือนนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขัน และอีกนัยหนึ่ง ยังเปรียบเสมือนชาวจังหวัดราชบุรี ในฐานะเจ้าของบ้าน ที่พร้อมให้ความร่วมมือร่วมใจ เพื่อการแข่งขันกีฬาแห่งชาติที่ประสบความสำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดีในบ้านของตน

สัตว์นำโชค "มังกรแก้ว"ความหมาย
1.มังกร เป็นสัตว์ที่ใช้เขียนลวดลายบนโอ่งที่ทำขึ้นใน จ.ราชบุรี ซึ่งโอ่งมังกรของ จ.ราชบุรี เป็นสินค้าดีเด่นของจังหวัด และเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมานานแล้ว
2.มังกรแก้ว หมายถึง มังกรที่เป็นแก้วสารพัดนึก เป็นมังกรอันมีค่าล้ำ แสดงออกถึงความยินดีของชาวราชบุรี ที่ได้รับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และมีความปรารถนาที่จะให้ทุกคนที่จะมาเยือนจังหวัดราชบุรีได้รับความสมหวัง ทุกประการ
3.มังกรแก้วสวมเสื้อ ราชบุรีเกมส์ ที่มีสัญลักษณ์ของการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ หมายถึงประชาชนในจังหวัดราชบุรี พร้อมใจกันสร้างพลังแห่งการกีฬาให้เกิดขึ้นในจังหวัด และร่วมพลังกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 34 ราชบุรีเกมส์ 18-28 ธันวาคม 2547
รวบรวมข้อมูลโดย : คุณสุชาต จันทรวงศ์
ข้อมูลจาก : http://rb-sport.blogspot.com/

ตราสัญลักษณ์ การแข่งขันกีฬานักเรียนเทศบาลและเมืองพัทยา ครั้งที่ 23

เทศบาลเมืองราชบุรี ได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัด "การแข่งขันกีฬานักเรียนเทศบาลและเมืองพัทยา ครั้งที่ 23 รอบคัดเลือก ระดับภาคกลางและการประกวดวงเมโลเดียนครั้งที่ 10 ประจำปี 2548" เมื่อวันที่ 1-10 พฤศจิกายน 2548 โดยขณะนั้นมี นางศมานันท์ เหล่าวณิชวิศิษฎ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี และมีนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี โดยใช้ชื่อเกมส์ว่า "เมืองราชเกมส์" 
คำขวัญ : กีฬาพัฒนาเยาวชน เยาวชนพัฒนาท้องถิ่น 

สัตว์นำโชค (MASCOT) : ช้างผมจุก
ความ หมายและที่มา : เดิมเมืองราชบุรีเปรียบเสมือนหน้าด่านปราการชั้นในของพระนคร เป็นสมรภูมิสำคัญที่มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสงครามอยู่บ่อยครั้ง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทำราชการที่เมืองราชบุรีตำแหน่ง "หลวงยกบัตรเมืองราชบุรี" ต่อมามีความเจริญก้าวหน้าในราชการจนกระทั่งปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ องค์แรกของราชวงศ์จักรี ในปี พ.ศ.2360 เมืองราชบุรีจึงย้ายจากฝั่งตะวันออกของแม่น้ำแม่กลอง มาตั้งอยู่ฝั่งตะวันตก จนเป็นที่ตั้งของเทศบาลเมืองราชบุรีในปัจจุบัน
เทศบาล เมืองราชบุรีระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ จึงนำรูปช้างศึกมาเป็นตราสัญลักษณ์ของเทศบาล เพราะช้างศึกเป็นพาหนะที่สำคัญของพระมหากษัตริย์ในการปกป้องและพัฒฯบ้าน เมือง
การแข่งขันกีฬาเทศบาลและเมืองพัทยา ครั้งที่ 23 รอบคัดเลือกระดับภาคกลาง เทศบาลเมืองราชบุรีในฐานะเจ้าภาพจึงกำหนดเอา "ช้างผมจุก" เป็นสัตว์นำโชคของการแข่งขัน เพราะการแข่งขันครั้งนี้ มีนักเรียนจากเทศบาลในเขตภาคกลางเข้วร่วมการแข่งขัน ซึ่งนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและ ประเทศชาติต่อไปในอนาคต สมกับคำขวัญของการแข่งขันที่ว่า "กีฬาพัฒนาเยาวชน เยาวชนพัฒนาท้องถิ่น"
ข้อมูลจาก : http://rb-sport.blogspot.com/

ตราสัญลักษณ์ กีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 24 เมืองโอ่งเกมส์

จังหวัดราชบุรีเป็นเจ้าภาพจัด การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 24 (พ.ศ.2548) ในระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม 2548 ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ต้องเป็นเจ้าภาพจัดต่อจาก การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 34 เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2547 โดยมี นายพลวัต ชยานุวัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน โดยใช้ชื่อเกมส์ว่า "เมืองโอ่งเกมส์"คำขวัญการแข่งขัน : ทุกชีวิตมีค่า กีฬาพัฒนาคน
สัญลักษณ์นำโชค (Mascot) ประจำการแข่งขัน
: เป็นวัวที่ชื่อ "โคแก้ว" ในท่ายืนถือคบเพลิง
ความหมาย
วัว หมายถึง สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนอันล้ำค่า ซึ่งในพิธีจรดพนะนังคัลแรกนาขวัญ ได้มีการคัดเลือกพระโค จากจังหวัดราชบุรี อันเป็นการแสดงออกถึงความปิติยินดีของชาวราชบุรี ที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยครั้ง ที่ 24 (พ.ศ.2548) "เมืองโอ่งเกมส์" และยังมีความชื่นชมยินดีกับนักกีฬาทุกคนที่เป็นตัวแทนของจังหวัดต่างๆ ให้ได้รับความสมหวังทุกประการ
วัวแดง เป็นสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของสหกรณ์โคนมหนองโพจังหวัดราชบุรี (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ซึ่งเป็นสินค้าดีเด่นของจังหวัดราชบุรี เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมานาน
วัวแดงนุ่งกางเกงม้อฮ่อมคาดผ้าที่เอว หมายถึง การประกอบอาชีพของชาวจังหวัดราชบุรี ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แสดงถึงความเป็นนักต่อสู้ชีวิตที่มีความอดทน ไม่ย่อท้อและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เช่นเดียวกับนักกีฬาคนพิการทุกคน ที่พร้อมใจกันสร้างพลังแห่งการกีฬาให้เกิดขึ้นในจังหวัดราชบุรี และรวมพลังกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 24
กระดิ่ง หมายถึง เครื่องมือที่ทำให้การแข่งขันกีฬาคนพิการ เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ดุจดังเสียงกระดิ่งที่ดังกังวาล
คบเพลิง หมายถึง เปลวไฟที่ใช้ในการเริ่มต้นการแข่งขันกีฬาคนพิการ
กระดิ่งและคบเพลิง รวมให้ความหมายถึง ความชื่นชมยินดีและความมีชื่อเสียงกว้างไกล ของนักกีฬาคนพิการทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยครั้ง นี้
ข้อมูลจาก : http://rb-sport.blogspot.com/

ตราสัญลักษณ์ แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน [Reading Culture Promotion Program]


แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน [Reading Culture Promotion Program]ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เกิดขึ้นเพื่อเชื่อมประสานกลไก นโยบาย และปัจจัยการขยายผลจากทั้งภาครัฐภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนการสร้างเสริมพฤติกรรมและวัฒนธรรมการอ่านให้เข้า ถึงเด็กโดยเฉพาะกลุ่มที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ

        วัตถุประสงค์
  • เพื่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต เผยแพร่ และกระจายหนังสือที่มีคุณภาพ มีเนื้อหาสอดคล้องทั้งด้านพัฒนาการ และวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมที่เหมาะสม แก่เด็กปฐมวัย เยาวชน ครอบครัว ชุมชน และกลุ่มคนในสังคม
  • เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็ง และพัฒนาศักยภาพเครือข่ายด้านการสร้างเสริมพฤติกรรมการอ่าน
  • เพื่อประสาน สนับสนุนกระบวนการขับเคลื่อน กลไก มาตรการ นโยบายระดับต่างๆ ทั้งภาครัฐ และประชาสังคม ที่นำไปสู่การสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน
  • เพื่อสนับสนุนกิจกรรม สื่อรณรงค์ และสร้างกระแสสังคมสู่การเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมการอ่าน

    บทบาทของแผนงาน
  • ส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการ ผลิต พัฒนาหนังสือ สื่อการอ่านที่มีคุณภาพ มีเนื้อหาสอดคล้องและเหมาะสมทั้งกับทุกกลุ่มคนในสังคมโดยเฉพาะเด็กปฐมวัย และวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย ที่นำสู่การสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน
  • ประสานเครือข่าย องค์กร กลไก ช่องทาง ด้านการสร้างสรรค์หนังสือ การนำหนังสือถึงมือเด็ก ครอบครัว ชุมชน และการระดมทรัพยากรและปัจจัยต่างๆ เพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งด้านการสร้างเสริมการอ่าน ระบบการอ่าน และบรรยากาศแห่งการอ่าน
  • สนับสนุนการสร้างนวัตกรรม เพื่อร่วมสร้างกระแสสังคมการอ่าน
  • สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายทุกระดับทั้งภาคสังคมและภาครัฐที่นำไปสู่การสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน

    เป้าหมาย   
  • เด็ก เยาวชน ครอบครัว เกิดการรับรู้ เรียนรู้ และมีทัศนคติแนวโน้มสู่พฤติกรรมการอ่านสู่สุขภาวะ  
  • กลุ่ม องค์กร เครือข่ายด้านการสร้างสรรค์สื่อและกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเครือข่ายด้าน วิชาการ รวมถึงกลไก และช่องทางนำหนังสือถึงมือเด็ก(ภาครัฐ และสังคม) มีบทบาท และศักยภาพ ในการสนับสนุน พัฒนาสื่ออ่านให้เข้าถึงเด็ก เยาวชน และชุมชน
  • นักสื่อสาร สื่อมวลชน มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเสริมสร้างวัฒนธรรมการอ่านเพื่อสุขภาวะของสังคม
     ข้อมูลจาก : http://www.happyreading.in.th/about/


ตราสัญลักษณ์ สถาบันเสริมสร้างสุขภาพคนพิการ

ตราสัญลักษณ์ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร

ออกแบบโดย ภูเบศ เพ็งจันทร์



กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริและมูลนิธิพระราช นิเวศน์มฤคทายวัน ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี ได้ร่วมกันจัดตั้งอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติ ณ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่เจริญพระชนมายุครบ 4 รอบ ในปีพุทธศักราช 2546 และได้รับพระราชทานนามว่า “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” (The Sirindhorn International Environmental Park) โดยมีแนวทางในการดำเนินการตามแนวพระราชดำริและพระราชกรณียกิจที่ได้เสด็จ พระราชดำเนินมาทรงงานในบริเวณค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้อุทยานเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ตลอดจนเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ทางด้านการฟื้นฟูป่าชายเลน ป่าชายหาด ป่าเบญจพรรณ และที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ตลอดจนเป็นสถานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงประวัติศาสตร์ อันทรงคุณค่าของประเทศไทยและของโลก
ข้อมูลจาก : http://www.sirindhornpark.or.th/

ตราสัญลักษณ์ โครงการ TO BE NUMBER ONE

 
โครงการ To Be Number One เป็นโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธาน ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่
1. การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
2. การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตให้แก่เยาวชนในชุมชน
3. การพัฒนาทักษะชีวิตและเครือข่ายการป้องกันและช่วยเหลือ
ข้อมูลจาก : http://sbw.ac.th/Website/tobe/history.html

ผลการประกวดตราสัญลักษณ์ ICESIT 2011

รางวัลชนะเลิศ ถวัลย์ ดิษฐ์สุธรรม

รางวัลชมเชย ขนาน ทิมเทศ
รางวัลชมเชย สมชาย นิลแก้ว

วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ตราสัญลักษณ์ รณรงค์สัปดาห์นมแม่โลก [ World Breastfeeding Week ]

Suvarnabhumi Airport Logo

ตราสัญลักษณ์ รณรงค์สุขบัญญัติแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข

ตราสัญลักษณ์ มหามกุฏราชวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ปฏิบัติภารกิจด้านการผลิตบัณฑิต งานวิจัย งานบริการ วิชาการแก่ชุมชน และงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมตามพันธกิจของมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร พระราชทานนามว่า “มหามกุฏราชวิทยาลัย” โดยมีพระราชประสงค์เพื่อเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร ทรงอุทิศพระราชทรัพย์บำรุงประจำปีและก่อสร้างสถานศึกษาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้น ครั้นเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๓๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัย พระองค์ทรงรับมหามกุฏราชวิทยาลัยอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์และพระราชทานพระราช ทรัพย์ส่วนพระองค์บำรุงประจำปี อาศัยพระราชประสงค์ดังกล่าว สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตั้งวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินกิจการของ มหามกุฏราชวิทยาลัยขึ้น ๓ ประการ คือ
       ๑. เพื่อเป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร
       ๒. เพื่อเป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและของต่างประเทศ
       ๓. เพื่อเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา

       เมื่อกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัยได้เปิดดำเนินการแล้ว ปรากฏว่าพระวัตถุประสงค์เหล่านั้นได้รับผลเป็นที่น่าพอใจตลอดมา  เพื่อจะให้พระวัตถุประสงค์เหล่านั้นได้ผลดียิ่งขึ้น ดังนั้น ในวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะที่ทรงเป็นนายกกรรมการ มหามกุฏราชวิทยาลัยพร้อมด้วยพระเถระนุเถระ จึงได้ทรงประกาศตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงในรูปมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาขึ้น โดยอาศัยนามว่า สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย โดยมีจุดมุ่งหมายดังนี้

       ๑. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรม
       ๒. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและต่างประเทศ
       ๓. เพื่อให้เป็นสถานเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและนอกประเทศ
       ๔.เพื่อให้ภิกษุสามเณรมีความรู้และความสามารถในการบำเพ็ญประโยชน์แก่ประชาชน
       ๕. เพื่อให้ภิกษุสามเณรมีความรู้ และความสามารถในการค้นคว้า โต้ตอบ หรืออภิปรายธรรมได้อย่างกว้างขวางแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
       ๖.เพื่อให้ภิกษุสามเณรได้เป็นกำลังสำคัญในการจรรโลงพระพุทธศาสนา และเป็นศาสนทายาทที่เหมาะแก่กาลสมัย
       ๗. เพื่อความเจริญก้าวหน้า และคงอยู่ตลอดกาลนานของพระพุทธศาสนา ทั้งนี้
       ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า กรรมการสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย สถาบันการศึกษาแห่งนี้ ได้เริ่มเปิดให้การอบรมศึกษาแก่ภิกษุสามเณร ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๙ จนถึงปัจจุบัน
ข้อมูลจาก : http://www.mbu.ac.th/index.php?option=com_content&task=blogsection&id=12&Itemid=50

ตราสัญลักษณ์ สมัชชาขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

10th Anniversary Software Park Thailand Logo