วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Olympic 2012 mascot






Olympic 2012 logo








ในขั้นตอนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเป็นผลงานที่นำเสนอโดย Kino Design โดยลักษณะของริบบิ้นที่ลอดผ่านตัวเลขอาศัยแนวความคิดจากแม่น้ำเทมส์ในการออกแบบ ส่วนตราสัญลักษณ์ที่ใช้จริงออกแบบโดย Wolff Olins โดยใช้ตัวเลข 2012 เป็นแนวความคิดในการออกแบบ สำหรับคำขวัญของการแข่งขันครั้งนี้คือ Inspire a Generation



Robocon 2012 Hong Kong logo

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ตราสัญลักษณ์ บัณฑิตนักปฏิบัติ ราชมงคลอีสาน





ตราสัญลักษณ์ กีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 28 จ.ภูเก็ต


ตราสัญลักษณ์ 20 ปี ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


http://www.heart.kku.ac.th/sqshc/index.php?option=com_content&view=article&id=655&Itemid=204

ตราสัญลักษณ์ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

ที่มาของตราสัญลักษณ์ SiPH

เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทั้ง 2 พระองค์จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงสถาปนาและพระราชทานนาม “ศิริราชพยาบาล” เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2431 และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งทรงพระราชทานนาม “โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์” เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2553 แก่โรงพยาบาลใหม่แห่งนี้ ซึ่งอยู่ในสังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาศิริราชสู่สถาบันการแพทย์ชั้นเลิศในเอเชีย อาคเนย์
แนวความคิดในการออกแบบตราสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลแห่งใหม่จะมีความทันสมัยและ เป็นสากล จะต้องจดจำได้ง่ายจึงเลือกรูปทรงเรียบง่ายของสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ที่มีการลดทอนมาจากรูปทรง “พระมหาพิชัยมงกุฎ” ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าของเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นเครื่องทรงของพระมหากษัตริย์และเจ้านายในราชวงศ์จักรี โดยเฉพาะ “พระจุลมงกุฎ” เป็นพระราชสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไทยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว ดังชื่อพระราชทานแก่โรงพยาบาล รวมถึงเป็นรูปทรงเดียวกับตราสัญลักษณ์ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ซึ่งถือว่าเป็นตราประจำราชสกุล “มหิดล” และมหาวิทยาลัยมหิดลก็ได้มีการนำมาปรับปรุงออกแบบโดย ม.ร.ว.มิตรรุณ เกษมศรี โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่มหาวิทยาลัยมหิดลตามจดหมายสำนักราชเลขาธิการ ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2512
ดังนั้นที่มาของรูปทรงนี้มิใช่เป็นเพียงแต่ความภาคภูมิใจเท่านั้น หากยังแสดงถึงความจงรักภักดีอย่างลึกซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหา กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ และพระบรมราชชนก รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงพระราชทานความกรุณาอย่างหาที่สุด มิได้แห่งการก่อกำเนิด “โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์”
คู่สีทอง เหลือง น้ำเงิน ใช้เป็นสีของโรงพยาบาลศิริราช และมหาวิทยลัยมหิดลเดิม สีน้ำเงินเป็นสีที่หมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ สีทองชั้นตัวฐานเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ และบนยอดของสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดนั้น เปรียบได้กับยอดของ “พระจุลมงกุฎ” ซึ่งเป็นรูปทรงข้าวหลามตัดเดียวกัน แต่มีขนาดเล็กลง และใช้สีทองซึ่งสื่อความหมายถึงสีประจำพระองค์ของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)
ในขณะเดียวกันเมื่อดูรูปทรงโดยรวมนั้นเปรียบเสมือนยอดแก้วเจียรนัยสีเหลือง ทอง เพื่อรอเปล่งรัศมีความเรืองรองเบิกฟ้า เปรียบได้กับความเป็นเลิศในการแพทย์และการรักษาพยาบาล โดยความมุ่งมั่นที่จะเป็น “ผู้ให้” และ “ผู้รับ” ที่จะเป็นทั้งความหวัง จวบจนที่พึ่งแก่ประชาชนดังวัตถุประสงค์ของโรงพยาบาล
สำหรับตัวหนังสือนั้นก็ไม่ได้เขียนขึ้นมาใหม่ ใช้ตัวหนังสือที่มีความเป็นไทยแต่ไม่มีหัวเหมือนกับตัวภาษาบาลีในตรา สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความกลมกลึงเป็นมิตร อีกทั้งเป็นสากลมากขึ้นโดยยังรักษาสัดส่วนตามอักขระไทยที่ถูกต้องอยู่